เมื่อเจ้าของข้อมูลเห็นว่าข้อมูลเครดิตของตนไม่ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ยื่นคำขอใช้สิทธิตรวจสอบแก้ไขกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) โดยมีขั้นตอน ดังนี้
1. เจ้าของข้อมูลยื่นคำขอใช้สิทธิตรวจสอบแก้ไขข้อมูลเครดิตตามแบบที่บริษัทกำหนด หรือทำเป็นหนังสือ พร้อมแนบเอกสารประกอบ
บุคคลธรรมดา
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานราชการ หรือหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างชาติ) พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
สำเนารายงานข้อมูลเครดิตฉบับที่ต้องการแก้ไข (ถ้ามี)
เอกสารหลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี)
นิติบุคคล
สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งผู้มีอำนาจลงนามรับรองความถูกต้องพร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจพร้อมลงนามรับรอง สำเนาถูกต้อง
สำเนารายงานข้อมูลเครดิตฉบับที่ต้องการแก้ไข (ถ้ามี)
เอกสารหลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี)
เจ้าของข้อมูลจะต้องให้รายละเอียดข้อมูลที่จำเป็น เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขทะเลียนนิติบุคคลประเภทบัญชีสินเชื่อ เลขที่บัญชีและชื่อสถาบันการเงินที่ต้องการให้ตรวจสอบหรือแก้ไขข้อมูล พร้อมลงลายมือชื่อเจ้าของข้อมูล กรณีนิติบุคคลให้กรรมการผู้มีอำนาจหรือผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท (ถ้ามี)
2. NCB ตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของคำขอใช้สิทธิตรวจสอบ/แก้ไขข้อมูลเครดิตและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลกับสมาชิกให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบ ดังนี้
บริษัทจะแจ้งไปยังสถาบันการเงินสมาชิกผู้นำส่งข้อมูลให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำขอ
บริษัทจะแจ้งผลการตรวจสอบหรือแก้ไขข้อมูลให้เจ้าของข้อมูลทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
เมื่อเจ้าของข้อมูลได้รับแจ้งผลการตรวจสอบ/แก้ไขข้อมูลแล้วหากเจ้าของข้อมูลไม่เห็นด้วยกับผลการตรวจสอบหรือการแก้ไขข้อมูลนั้น สามารถยื่นคำขอใช้สิทธิบันทึกข้อโต้แย้งไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัทได้ และมีสิทธิในการยื่นอุทธรณ์ข้อโต้แย้งต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตได้ในกรณีที่เห็นว่าบริษัทข้อมูลเครดิต สมาชิก หรือผู้ใช้บริการบันทึกข้อโต้แย้งไว้ไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่ปรากฏ
การใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิตบูโร
ที่ผ่านมานักแทงบอลออนไลน์อาจจะเข้าใจว่า เครดิตบูโรก็คือการเก็บรายชื่อของผู้ติดแบล็กลิสต์เพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เครดิตบูโรไม่ใช่แหล่งข้อมูลของผู้ที่ติดแบล็กลิสต์ หรือมีประวัติทางการเงินที่ไม่ดี แต่เครดิตบูโรมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลทางการเงินของบุคคล และนิติบุคคล ในส่วนประวัติการชำระหนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระหนี้ที่ตรงเวลา หรือว่าล่าช้า
ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องได้รับการยินยอมจากลูกค้าในการเข้าถึงข้อมูลและการตรวจสอบข้อมูล ซึ่งเวลาที่คุณยื่นกู้ต่อสถาบันการเงิน คุณจะต้องเซ็นยินยอมให้มีการตรวจสอบข้อมูลและส่งข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของคุณเข้าสู่เครดิตบูโร
นั่นเท่ากับว่า เครดิตบูโรไม่ได้เก็บเฉพาะข้อมูลเวลาที่คุณผิดชำระหนี้เท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงประวัติการชำระหนี้ที่ดีของนักแทงบอลออนไลน์ด้วยเช่นกัน หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเป็นการรวบรวมประวัติการชำระหนี้เท่านั้นเอง ไม่มีสิทธิ์จะไปหมายหัวใครว่าจะได้รับการอนุมัติ หรือไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งในส่วนนี้สถาบันการเงินที่คุณขอกู้จะเป็นผู้พิจารณา
ในส่วนนี้คุณจึงสามารถใช้ประโยชน์ในการสร้างเครดิตให้กับตัวคุณเองได้ เพราะถ้าคุณมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี เวลาที่คุณยื่นขอ
กู้เงินกับสถาบันการเงิน โอกาสที่คุณจะได้รับอนุมัติก็ย่อมมีความเป็นไปได้มากขึ้น เมื่อประกอบกับเงินทุนในส่วนเจ้าของ และแผนธุรกิจที่ดีมากพอ โอกาสที่คุณจะได้รับการอนุมัติก็ยิ่งมีสูงขึ้นเป็นเท่าตัว
เพื่อประวัติที่ดีทางการเงินของคุณเอง อันจะเป็นผลดีเวลาที่ยื่นขอกู้กับสถาบันการเงิน คุณจึงควรมีวินัยในการชำระหนี้ที่ดี เพื่อให้ประวัติที่อยู่ในเครดิตบูโรของนักแทงบอลออนไลน์มีความน่าเชื่อถือมากพอ และก่อนที่จะขอยื่นกู้กับสถาบันการเงิน ถ้าคุณไม่เคยมีประวัติอยู่ในเครดิตบูโรเลยก็ใช่จะเป็นผลดี เพราะสถาบันการเงินจะไม่สามารถตรวจสอบวินัยการชำระหนี้ของคุณได้
ในส่วนนี้คุณจำเป็นต้องมีกลเม็ดเล็กน้อย โดยการสร้างประวัติของคุณกับสถาบันการเงินสัก 1 ถึง 2 ครั้ง เพื่อเป็นการบันทึกประวัติการชำระหนี้ที่ดีของคุณลงในเครดิตบูโรเสียก่อน โดยการเลือกผ่อนสินค้า หรือชำระหนี้บัตรเครดิตให้ตรงเวลาสัก 12 เดือนเป็นอย่างน้อย
เมื่อคุณมีประวัติในเครดิตบูโร สถาบันการเงินก็จะเพิ่มเครดิตให้กับคุณ โอกาสที่คุณยื่นกู้แล้วจะได้รับอนุมัติก็จะมีสูงมากขึ้น ทั้งนี้ ทั้งนั้นคุณสามารถตรวจสอบรายละเอียด ตลอดจนข้อมูลของตัวคุณเอาอย่างครบถ้วนทั้งหมดได้จากเว็บไซต์ของ National Credit Bureau co., Ltd ได้ที่ htt://www.ncb.co.th/default.htm